เบลเยียมวอฟเฟิล (Belgian Waffles)
by mong on January 07, 2026
วาฟเฟิลสูตรดั้งเดิมจากเบลเยี่ยมที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หอมเนยแท้ และมีความหวานกรุบกรอบจากน้ำตาลมุกที่ละลายเคลือบอยู่บนผิว หอมอบอวลตั้งแต่อยู่ในเตา
ส่วนผสม
Scale:
* คลิกที่วัตถุดิบ ตัวหนาสีส้ม เพื่อดูรายละเอียด
1.
แป้งขนมปัง
100 กรัม
2.
แป้งสาลีเอนกประสงค์
85 กรัม
3.
น้ำตาลทราย
1 1/2 ช้อนโต๊ะ
4.
เนยเค็ม
75 กรัม
5.
ยีสต์
2 ช้อนโต๊ะ
6.
ไข่
1 ฟอง
7.
นมสด
50 กรัม
8.
กลิ่นวานิลลา
1/2 ช้อนชา
9.
น้ำตาลกรวด
1/4 ถ้วยตวง
ขั้นตอนการทำ
1
เตรียมยีสต์: ผสมนมสดอุ่นกับน้ำตาลทรายและยีสต์ คนให้เข้ากัน พักไว้ 5-10 นาทีจนยีสต์เริ่มเป็นฟอง
2
ผสมแป้ง: ใส่แป้งและเกลือลงในอ่างผสม เทส่วนผสมยีสต์ ไข่ไก่ และกลิ่นวานิลลาลงไป นวดด้วยมือหรือเครื่องจนส่วนผสมเริ่มรวมตัวเป็นก้อน
3
ใส่เนย: ค่อยๆ ใส่เนยนิ่มลงไปนวดทีละน้อย นวดต่อจนแป้งเนียนนุ่มและเหนียวหนึบ (แป้งสูตรนี้จะค่อนข้างแฉะกว่าแป้งขนมปังปกติ)
4
พักแป้งครั้งที่ 1: รวบแป้งเป็นก้อน พักไว้ในชามที่ทาไขมันบางๆ คลุมด้วยผ้าหมาด พักไว้ 60-90 นาทีจนขึ้นฟูเป็น 2 เท่า
5
ผสมน้ำตาลมุก: ชกไล่ลมออก แล้วเทน้ำตาลมุกลงไป นวดเบาๆ ให้กระจายทั่วเนื้อแป้ง
6
แบ่งแป้ง: แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ก้อนละประมาณ 60-70 กรัม พักไว้อีก 15-20 นาที
7
อบ: วอร์มเครื่องทำวาฟเฟิลให้ร้อน วางก้อนแป้งลงไปตรงกลาง อบประมาณ 3-5 นาทีจนเป็นสีเหลืองทองและน้ำตาลมุกละลายเคลือบเป็นเงาสวย
💡 เคล็ดลับ
น้ำตาลมุก: หากหาซื้อน้ำตาลมุกไม่ได้ สามารถใช้ น้ำตาลกรวดบดหยาบ แทนได้ แต่รสสัมผัสจะต่างกันเล็กน้อย
การพักแป้ง: หากพักแป้งไว้ในตู้เย็นข้ามคืน (Cold Fermentation) จะช่วยให้เนื้อวาฟเฟิลมีกลิ่นหอมและรสชาติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
การทำความสะอาด: น้ำตาลจะละลายติดเครื่องวาฟเฟิล ควรเช็ดทำความสะอาดขณะที่เครื่องยังอุ่นอยู่จะออกง่ายที่สุดครับ
การพักแป้ง: หากพักแป้งไว้ในตู้เย็นข้ามคืน (Cold Fermentation) จะช่วยให้เนื้อวาฟเฟิลมีกลิ่นหอมและรสชาติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
การทำความสะอาด: น้ำตาลจะละลายติดเครื่องวาฟเฟิล ควรเช็ดทำความสะอาดขณะที่เครื่องยังอุ่นอยู่จะออกง่ายที่สุดครับ
USER REVIEWS
กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อรีวิว