อบเชย
ข้อมูลและคำแนะนำสำหรับการเลือกซื้อและปรุงอาหาร
🛒 ซื้อวัตถุดิบนี้ได้ที่
💡 อบเชย หรือ Cinnamon เป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมหวานและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถูกนำมาใช้ทั้งในอาหารคาว อาหารหวาน และเครื่องดื่มทั่วโลก
1. 🔍 ข้อมูลสำคัญ (Key Information)
คำจำกัดความ: เปลือกไม้ชั้นในที่แห้งแล้วของต้นไม้ในตระกูล Cinnamomum มีลักษณะเป็นแผ่นเปลือกไม้ที่ม้วนตัวเป็นแท่ง (Cinnamon Stick) หรือบดเป็นผง
ส่วนประกอบหลัก: สาร ซินนามาลดีไฮด์ (Cinnamaldehyde) ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว
คุณสมบัติเด่น:
กลิ่น: หอมหวาน อบอุ่น และมีความละมุน
รสชาติ: หวานปลายลิ้น มีความเผ็ดร้อนเล็กน้อยแบบนุ่มนวล
ประเภทที่พบบ่อย: 1. อบเชยเทศ (Ceylon Cinnamon): เปลือกบาง ซ้อนกันหลายชั้น รสสัมผัสละเอียดอ่อน (ราคาสูง) 2. อบเชยจีน (Cassia Cinnamon): เปลือกหนา แข็ง ม้วนเป็นชั้นเดียว กลิ่นแรงและฉุนกว่า (นิยมใช้ทั่วไป)
2. 🛒 คำแนะนำวิธีเลือกซื้อ (Tips for Selection)
แบบแท่ง (Quills):
เลือกแท่งที่แห้งสนิท ไม่มีความชื้นหรือเชื้อรา
ดมแล้วต้องมีกลิ่นหอมชัดเจน หากไม่มีกลิ่นแสดงว่าเก็บไว้นานเกินไป
ถ้าเป็นอบเชยเทศคุณภาพดี เปลือกจะบางและเปราะกว่าอบเชยจีน
แบบผง (Ground):
ควรเลือกซื้อในปริมาณน้อยที่พอใช้ในระยะสั้น เพราะอบเชยผงจะสูญเสียกลิ่นหอมได้เร็วกว่าแบบแท่ง
ตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท
3. 🔪 วิธีใช้ (How to Use)
ในอาหารคาว:
นิยมใช้ในรูปแบบ "แท่ง" โดยนำไปคั่วให้หอมก่อนนำไปต้มหรือตุ๋น เพื่อให้กลิ่นค่อย ๆ ซึมออกมา
ตัวอย่างเมนู: มัสมั่น, พะโล้, แกงกะหรี่, เนื้อตุ๋นยาจีน
ในอาหารหวานและเบเกอรี่:
นิยมใช้รูปแบบ "ผง" ผสมลงในแป้งหรือโรยหน้าเพื่อเพิ่มความหอมหวาน
ตัวอย่างเมนู: พายแอปเปิล, ชินนามอนโรล, คุกกี้, แพนเค้ก
ในเครื่องดื่ม:
ใช้ทั้งแบบแท่งและแบบผงเพื่อแต่งกลิ่น
ตัวอย่างเมนู: ชา (Chai Tea), กาแฟคาปูชิโน่, ช็อกโกแลตร้อน, ไวน์ร้อน (Mulled Wine)
4.
💡 ข้อควรรู้เพิ่มเติม (Additional Information)
การเก็บรักษา: ควรเก็บในภาชนะสุญญากาศ วางไว้ในที่แห้ง เย็น และพ้นจากแสงแดด เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำมันหอมระเหย
คุณค่าทางโภชนาการ: มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยต้านการอักเสบ และมีงานวิจัยระบุว่าอาจช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
ข้อควรระวัง: อบเชยจีน (Cassia) มีสาร คูมาริน (Coumarin) ในปริมาณสูงกว่าอบเชยเทศ หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อตับได้ จึงควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมในการปรุงอาหาร